เรื่องการอธิษฐาน(มธ.6:5-15)

การอธิษฐานเป็นทั้งพิธีกรรมของคริสเตียนและเป็นกิจวัตรของคริสเตียน บ่อยครั้งที่ผู้นำอธิษฐานเฉพาะเมื่อมีพิธีกรรมแต่ขาดการอธิษฐานที่เป็นกิจวัตร ความสัมพันธ์กับพระเจ้าจึงเป็นเพียงฉาบฉวยหรือไม่มีเลยเพราะเป็นเพียงพิธีกรรมที่แสดงออกเพื่อให้มนุษย์ได้เห็น ผู้นำศาสนาในเวลานั้นใช้การอธิษฐานเป็นการอวดถึงความเป็นคนเคร่งศาสนา พระเยซูเตื่อนสาวกของพระองค์โดยวางหลักปฏิบัติและแนวทางในการใช้ถ้อยคำอธิษฐานต่อพระเจ้า เป็นมาตรฐานที่สำคัญสำหรับผู้เชื่อที่ยึดเป็นแนวทางในการอธิษฐาน

1. สถานที่ที่ควรจะอธิษฐานเป็นที่ใด? ทำไมพระเยซูจึงสอนเช่นนั้น?

2. การร่วมประชุมอธิษฐานที่โบสถ์หรือในกลุ่มเซล การนำอธิษฐานต่อหน้าของคนมากมายจะขัดแย้งกับคำสอนของพระเยซูหรือไม่? เพราะเหตุใด?

3. การอธิษฐานแบบพล่อยๆพูดซ้ำซากหมายความว่าอะไร? การอธิษฐานเรื่องเดียวกันหลายครั้งในหลายโอกาสเช่นการอธิษฐานเผื่อเรื่องที่ดินของซอย6 เป็นการทำผิดต่อคำสอนของพระเยซูหรือไม่? เพราะอะไร?

4. เนื้อหาคำอธิษฐานที่พระเยซูสอนให้อธิษฐานเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง? เริ่มต้นด้วยเรื่องอะไรและจบลงด้วยเรื่องอะไร?

5. ท่านได้ใช้คำอธิษฐานที่พระเยซูสอนมาอธิษฐานเป็นประจำหรือไม่? ทำไมจึงใช้? ทำไมจึงไม่ใช้?

6. หลังจากจบคำอธิษฐานที่พระเยซูสอน พระองค์ย้ำเรื่องอะไร?( ข้อ 14-15)  ทำไมพระองค์จึงต้องย้ำเรื่องดังกล่าว?

ข้อท่องจำ  เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐานอย่าเป็นเหมือนคนหน้าซื่อใจคด

3 Comments »

  1. เมฆา said,

    March 13, 2008 @ 22:25

    จำว่ามีการแปลในการเทศนาของอาจารย์ต่างประเทศท่านหนึ่งจำชื่อไม่ได้ของอาจารย์มนูญศักดิ์เองมั๊งจำไม่ค่อยได้ ในวิธีการอธิษฐานของท่านที่เป็นผู้นำ ที่ท่านอาจารย์ท่านนั้นกล่าวว่าการอธิษฐานเหมือนการวิ่งระยะไกล เวลาเริ่มจะยากมากในการนำความรู้สึกอยากจะอธิษฐาน ตัวของผู้เขียนเองก็ถึงเข้าขั้นว่าไม่อยากจะอธิษฐานเพราะไม่รู้ว่าเป็นน้ำใจของพระเจ้าหรือไม่ และไม่มีความรู้สึกว่าจะอยากอธิษฐานในหัวข้อนั้น ๆ เลย และเวลาอธิษฐานในเรื่องอะไรก็เถอะมักจะขึ้นต้นด้วยการสารภาพบาปกับพระเจ้าก่อนเลยว่า พระเจ้า พระเจ้าคงจะรู้ดีว่าลูกเป็นคนที่ขี้เกียจอธิษฐานถ้าลูกนึกไม่ได้ว่าจะอธิษฐานอะไรในเรื่องนี้ก็เป็นเอาว่าลูกเอาอย่างทุก ๆ คนในที่นี้ที่อธิษฐานในเรื่องนี้ ไม่งั้นก็เอาอย่างคนข้าง ๆ ลูกนี่ก็ได้ ……. อาเมน. ตัวเก่าของคนเขียนคือมีหลายอารมณ์เหมือนชื่อ และใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องนำร่องชีวิต บ่อย ๆ ที่ชีวิตพังพาบเพราะอารมณ์และความรู้สึกนำมาซึ่งการขัดแย้งกับคนรอบข้าง ตัวเองก็ไม่ได้เอนจอยกับความสัตย์ซื่อที่เกิด แต่เชื่อเสมอว่าไม่มีเหตุผลที่คนจะมีหน้ากากและงูคงไม่กัดคนลับหลัง และความสัตย์ซื่อ คงไม่มีภัยเหมือนนกพิราบ ( ฮ่า ฮ่า ) ผู้เขียนตอนที่เป็นผู้เชื่อใหม่ก็พยายามศึกษาพระคัมภีร์ทั้งภาคพันธสัญญาเดิม และ พันธสัญญาใหม่ อ่านไปตามตัวอักษรที่มีอยู่ เพราะไม่ค่อยจะรู้อะไรหรอก ยิ่งเป็นเล่มที่กล่าวถึงลำดับสกุล เผ่าพงษ์พันธุ์ โอ๊ย..อะไรมันจะยาวปานนั้น อ่าน ๆ ไป ทำไมลิ้นของพระคำมันพัน ๆ กันในทีหว่า แต่ทุกคนที่เป็นผู้นำ และ ไม่เป็นผู้นำในชีวิตคริสเตียนบอกพระคำไม่มีมีผิด…พลาด ฮาเลลูยา ไม่ผิด ก็ไม่ผิด (แบบ ง..ง..ง..ง) แต่ชอบที่สุดใน 1 โครินทร์ บทที่13 ข้อที่ท้าย ๆ จำไม่ได้ กล่าวถึงว่า ในที่การเผยพระวจนะก็จะค่อย ๆ อะไรไม่ทราบ จำไม่ได้ เพราะอะไร… เพราะการเผยพระวจนะของเรายังไม่สมบูรณ์ นี่หล่ะ เมฆาหัวเราะห่ะ ห่ะ (บรรพบุรุษของความส่ะใจ) และชอบที่สุดในข้อสุดท้าย ความเชื่อ ความหวังใจ ความรัก แต่ความรักเป็นใหญ่ที่สุด เพราะไม่ว่าท่านจะอธิษฐานอะไรถ้าไม่ตั้งอยู่ในความรัก เชื่อว่า บอกก่อนว่าเป็นความเชื่อส่วนตัวของคุณผู้เขียนแต่ผู้เดียวหล่ะมั๊งที่คิดอย่างนี้ เชื่ออย่างนี้ หรือพระเจ้าจะมีเอี่ยวด้วยก็เกินปัญญาผู้เขียน เชื่อว่าคงไม่อยู่ในน้ำพระทัยหรอก อยากหนุนให้ในการอธิษฐานใส่ความรักลงไปในการอธิษฐานด้วยอย่าใช้แต่ความเชื่อว่าจะได้ หวังใจว่าจะได้รับ เพราะความรักก็คือ อดทนนานและกระทำคุณให้ และพระเจ้าของเราก็เป็นพระเจ้าแห่งความรักมิใช่เหรอ ส่วนหัวข้อนั้นจะอยู่ในน้ำพระทัยหรือไม่นั้น หรือวิธีการนั้น จะถูกต้องตามพระคำหรือไม่ คงไม่มีใครจะไปคาดเดา หรือ หาสูตรจัดการได้ว่า พระเจ้าเยส โน โอเค เมื่ออะไรยังไงหรอกจ๊ะท่านอาจารย์ อิสยาห์ 55:8-9จะคอยเตือนใจอยู่เสมอ แต่ในโรม ไม่แน่ใจนะ ว่าใช่ บทที่ 28 หรือเปล่า ที่ว่า พระเจ้าทรงทำให้ทุกสิ่งร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดผลดีแก่คนเหล่านั้นที่รักพระเจ้า เอเมน และ อาเมนกับเมฆาไหม เพราะเมฆาก็ร้องไห้ ในเวลาที่พระเจ้าไม่ได้ดั่งใจเมฆาเหมือนกัน แต่ 99.99 น่ะ ที่พระเจ้าจะให้แต่ผลดีที่เหมาะกับสมควรกับ แก่เมฆาเสมอ เรื่องทีดินมันก็ค้างคาใจเมฆา แต่ก็มีบทเรียนของเพื่อนของโยบที่กล่าวหาโยบว่าทำผิดต่อพระเจ้าถึงได้เจอกับสิ่งเลวร้ายนั้น ก็ความคิดตามธรรมดาของคนที่ยังมีเนื้อหนัง แต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่ให้เรื่องของเพื่อนโยบมาเป็นบทเรียนสอน และท้ายสุดไม่แน่พวกเราชาวใจสมาน (ซ.6) ทนเอาเศษกระเบื้องแตกเกาหนัง นอนบนกระสอบกองขี้เถ้าอีกไม่เท่าไหร่ พระเจ้าอาจจะอวยพรให้มากกว่าที่เป็นอยู่ร้อยเท่าล้านเท่าเลยใครจะไปรู้ถึงน้ำพระทัย เนาะเราช่วยหนุนใจกันไป พระเจ้าอยู่กับเรา เราอยู่ในอุ้งพระหัตน์ขวาของพระองค์น่ะ พระองค์ต้องช่วยกู้เราสิ

  2. Sugarcane said,

    July 4, 2008 @ 14:17

    ผมสนใจเรื่องการอธิษฐานที่พระเยซูสอน แต่อ่านแล้วไม่เข้าใจครับ โดยเฉพาะเมื่อมีการกำหนดเป็นข้อ ๆ ไว้ ด้านบน ช่วยอธิบายเป็นข้อ ๆ ได้หรือเปล่าครับ

    ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ

  3. อ มนูญศักดิ์ said,

    July 5, 2008 @ 11:42

    ขอตอบคุณ Sugarcane
    ผมจะไม่ทวนคำถาม
    1.สถานที่ที่ควรอธิษฐานคือที่ๆเป็นส่วนตัว ที่ๆไม่มีคนเห็นตัวเราอธิษฐาน อาจจะเป็นห้องส่วนตัวหรือในสวน ในที่ที่เราอยู่ลำพังได้ พระองค์สอนเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้ใช้เรืองการอธิษฐานโอ้อวดว่าตัวเองมีจิตวิญญาณที่สูงกว่า ดีกว่าคนอื่น การอธิษฐานเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้า
    2. การอธิษฐานต่อหน้าคนมากมายในการประชุมเซลหรือประชุมนมัสการไม่ขัดแย้งกับคำสอนของพระเยซู เพราะเป็นการนำกลุ่มคนเพื่อร่วมใจในการอธิษฐานต่อพระเจ้า แต่ก็ต้องระวังเรืองท่าทีในใจว่าจะไม่มีความเย่อหยิ่งและไม่มีท่าทีโอ้อวด ไม่ใช้คำอธิษฐานยกตนข่มท่านหรือโจมตีต่อว่าคนอื่น
    3. การอธิษฐานแบบพล่อยๆซ้ำซากหมายความว่าพูดโดยไม่คิด พูดแบบเคยชิน จิตใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับคำอธิษฐานที่เปล่งออกมา การอธิษฐานเรื่องเดียวหลายๆครั้งในหลายโอกาสไม่ผิดคำสอนของพระเยซูถ้าอธิษฐานวิงวอนเพื่อต้องการคำตอบจากพระเจ้า เปล่งออกจากใจที่มีภาระจริงๆ เพราะในพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงการอธิษฐานที่ยืนหยัดในเรื่องเดียวหลายๆครั้งจนกว่าจะได้รับคำตอบจากพระเจ้า
    4. เนื้อหาเรื่องคำอธิษฐานให้คุณ sugarcane อ่านเองจากพระคัมภีร์
    5. ขอข้ามไป
    6. หลังจากจบคำสอนเรื่องอธิษฐานแล้วพระเยซูย้ำเรื่องการยกโทษ พระองค์ชี้ให้เห็นว่าการไม่ยอมยกโทษให้ผู้อื่นจะทำให้บาปของเราไม่ได้รับการยกโทษจากพระเจ้า และจะทำให้การอธิษฐานของเรามีอุปสรรคขัดขวาง บาปของเราจะขัดขวางคำทูลขอของเรา พระเจ้าจะไม่ฟังคำอธิษฐานของเรา

RSS feed for comments on this post

Leave a Comment